“คลารา เซทคิน” ผู้ประกาศอิสรภาพของผู้หญิง

0
36

คลารา เซทคิน
ผู้ประกาศอิสรภาพของผู้หญิง
โดย วิสูตร สุจิระกุล

มีคนในโลกนี้ไม่มากนัก ที่ได้อุทิศตัวทั้งชีวิตเพื่อมวลมนุษยชาติ, คลารา เซทคิน เป็นอีกคนหนึ่งที่โลกต้องจดจำ

เซทคิน เกิดเมื่อ 5 กรกฏาคม 1857 ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ที่สวยงามทั้งภูเขา ลำธาร ป่าไม้ และฟาร์มปศุสัตว์ บริเวณเชิงเขาเออร์ซ่า แคว้นแซกโซนี่ ประเทศเยอรมัน แต่หมู่บ้านนี้ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนงานที่ยากจน บิดาของเธอเป็นครู และมารดาเป็นคนที่ได้รับการศึกษาสูง จึงพยายามฝึกฝนและหล่อหลอมเธอ เพื่อให้เติบโตเป็นครูในอนาคต เซทคินชอบอ่านหนังสือ แต่ขณะเดียวกันก็ชอบเล่นเหมือนกับเด็กผู้ชาย เพื่อนของเธอ ล้วนแล้วแต่เป็นเด็กในครอบครัวที่ยากจน, เพลงพื้นบ้านที่เด็ก ๆ ชอบร้องกันจนประทับอยู่ในความทรงจำของเธอ มีเนื้อร้องว่า

“ตอนเช้ากินมันฝรั่งแก้หิว
ตอนเที่ยงก็ต้มมันฝรั่งด้วยน้ำเปล่า
ตอนเย็นก็กัดมันฝรั่งทั้งเปลือก
มันฝรั่ง..มันฝรั่ง..แล้วก็มันฝรั่ง”

หลังสงครามระหว่างปรัสเซียกับฝรั่งเศส (1870-1871) ระบบทุนนิยมก็ขยายตัวในเยอรมันมากขึ้น ผู้คนเริ่มหลั่งไหลเข้าไปทำงานในเมือง เซทคินได้เข้าเรียนใน ร.ร. ฝึกหัดครู และเธอได้เห็นการเอารัดเอาเปรียบผู้ใช้แรงงาน เรียนรู้และเข้าใจปัญหาสังคมมากขึ้น จนตกผลึกทางความคิด และมองเห็นว่าลัทธิสังคมนิยม คือทางออกของการแก้ไขปัญหาความอดยาก ยากแค้น ของคนจน, ในปี 1878 เซทคินเข้าเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยของรัฐ ทำให้เธอยิ่งได้เข้าไปมีส่วนร่วมพูดคุย ประชุม และชุมนุมกับกรรมกรมากขึ้น,

ในสมัยก่อนกรรมกรจะต้องทำงานถึงวันละ 16-17 ชม. ไม่มีวันหยุด ไม่มีสวัสดิการใด ๆ กรรมกรหญิงหากตั้งครรภ์จะถูกไล่ออก ในโรงงานมีแสงสว่างไม่เพียงพอ เต็มไปด้วยฝุ่นละออง กลิ่นน้ำมันเครื่อง ความสกปรกต่าง ๆ ทำงานไม่นาน คนงานก็มักจะกลายเป็นคนหลังค่อม ตามัว หรือวัณโรค, การกดขี่ ขูดรีด จากบรรดานายทุนเป็นไปอย่างยาวนาน การลุกขึ้นสู้ครั้งใหญ่ของกรรมกรหญิงในโรงงานทอผ้ารัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา จึงเกิดขึ้นในวันที่ 8 มีนาคม 1857 มีการเรียกร้องให้นายจ้างเพิ่มค่าแรง ลดเวลาทำงาน และสวัสดิการต่าง ๆ แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้คือ การลอบวางเพลิงในสถานที่ชุมนุม จนทำให้กรรมกรหญิงเสียชีวิตไปถึง 119 คน ต่อมาในวันที่ 8 มีนาคม 1907 กรรมกรหญิงในโรงงานทอผ้าที่เมืองชิคาโก ทนต่อการเอารัดเอาเปรียบไม่ไหว ลุกขึ้นมาต่อสู้อีก โดยมี เซทคิน เป็นผู้นำ ประเด็นสำคัญในการต่อสู้เรียกร้องคือ ให้ลดเวลาทำงานเหลือวันละ 8 ชม. ให้ปรับปรุงสวัสดิการต่าง ๆ แม้ว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็เป็นการจุดประกายให้สตรีทั่วโลกตื่นตัวครั้งใหญ่, จนในวันที่ 8 มีนาคม 1908 เธอก็จัดให้มีการชุมนุมกันอีกครั้งที่นิวยอร์ค เรียกร้องให้หยุดการใช้แรงงานเด็ก โดยชูคำขวัญว่า “ขนมปังกับดอกกุหลาบ” อันหมายถึงการมีอาหารเพียงพอกับคุณภาพชีวิตที่ดี กระทั่งวันที่ 8 มีนาคม 1910 ความพยามของเธอก็ประสบความสำเร็จ เมื่อสมัชชาสตรีสังคมนิยม ครั้งที่ 2 ประกาศที่เมืองโคเปนเฮเกน เดนมาร์ค ให้การรับรองระบบ “สาม 8” ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องของกรรมกรสตรี กล่าวคือ ให้ลดการทำงานลงเหลือวันละ 8 ชม. ให้มีเวลาศึกษาหาความรู้ 8 ชม. และให้ได้รับการพักผ่อนอีก 8 ชม. พร้อมกับการปรับค่าแรงให้เท่าเทียมกับแรงงานชาย คุ้มครองสวัสดิการสตรีและแรงงานเด็ก วันที่ 8 มีนาคมของทุกปี จึงกลายเป็นวันสตรีสากล นับตั้งแต่นั้นมา

เซทคิน มิใช่จะเป็นแต่ผู้นำแห่งการเคลื่อน ไหวสตรีสังคมนิยมสากลเท่านั้น แต่เธอยังเป็นนักการเมือง นักการศึกษา นักปรัชญา และเป็นผู้สนใจวรรณคดี และศิลปะ อีกด้วย

หลังจากพรรคนาซีของฮิตเลอร์มีอำนาจในเยอรมัน เธอได้ลี้ภัยไปอยู่ในรัสเซีย, และเริ่มมีอาการป่วยหนัก สายตาของเธอพร่ามัว เกือบใช้การไม่ได้เลย แต่เธอก็ยังเขียนหนังสือ ทั้งที่มองไม่เห็นว่าน้ำหมึกในปากกา หมดไปตั้งนานแล้ว จนในวันที่ 20 มิถุนายน 1933 เซทคิน ก็ได้ถึงแก่กรรมลง ที่ใกล้กรุงมอสโคว์ ก่อนจะสิ้นลมเธอพร่ำแต่เรียกชื่อของ โรซา ลุกเซมบูร์ก นักปฎิวัติหญิง เพื่อนที่ได้เคยรบเคียงข้างมากับเธอแต่ได้เสียชีวิตไปก่อนหน้า

ร่างของคลารา เซทคิน ได้ดับสลายไปแล้ว แต่ชีวิตการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ของเธอจะยังถูกจารึกไปอีกนานแสนนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันสตรีสากล 8 มีนาคม ที่ได้กลายเป็นธงชัยแห่งความสามัคคีของมวลสตรีทั่วโลก.

วิสูตร สุจิระกุล
5 มีนาคม 2562

หมายเหตุ
: สุนทรี วีรอนงค์ (ผู้เรียบเรียง). (ม.ป.ป.). คลารา เซทคิน ผู้ให้กำเนิดวันสตรีสากล. ม.ป.ท.: กลุ่มยุวชนใหม่.
: คลารา เซทคิน. (ม.ป.ป.). ค้นเมื่อ 3 มีนาคม 2562, จาก www google com
: ภาพโปสเตอร์ (ซ้ายมือ), คลารา เซทคิน (ขวาบน, กลาง), โร

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.